ดำน้ำเกาะราชาน้อย ภูเก็ต — กระเบนราหูและน้ำใสระดับ 30 เมตร
14 เมษายน 2569
เกาะราชาน้อยอยู่ห่างจากภูเก็ต 32 กม. น้ำใส 25-30 เมตร มีโอกาสเจอกระเบนราหูช่วง ก.พ.-เม.ย. พร้อมจุดดำน้ำ 4 จุดที่แตกต่างกัน ครบทั้งมาโครและไวด์แองเกิล
ห่างจากฉลอง 40 นาที สู่ท้องทะเลอีกโลก
เกาะราชาน้อยตั้งอยู่ห่างจากภูเก็ตไปทางใต้ราว 32 กิโลเมตร กลางทะเลอันดามัน เป็นเกาะหินปูนขนาดเล็กที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ ไม่มีรีสอร์ท ไม่มีท่าเรือถาวร และไม่มีน้ำจืดไหลลงทะเล สภาพแวดล้อมเช่นนี้ทำให้น้ำทะเลรอบเกาะใสเป็นพิเศษ ทัศนวิสัยใต้น้ำเฉลี่ย 25-30 เมตร ถือเป็นจุดดำน้ำที่น้ำใสที่สุดในเขตทะเลอันดามันฝั่งภูเก็ต ด้วยสภาพที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่และถูกกระแสน้ำเปิดซัดผ่านตลอด ใต้น้ำรอบเกาะราชาน้อยจึงอุดมสมบูรณ์ด้วยปะการังแข็ง ปะการังอ่อน และสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ แตกต่างจากจุดดำน้ำใกล้ฝั่งของภูเก็ตอย่างเห็นได้ชัด นักดำน้ำที่เคยไปราชาใหญ่แล้วจะรู้สึกทันทีว่าที่นี่เป็นคนละโลก
ปัจจัยที่ทุกคนรอคอย — กระเบนราหู
สิ่งดึงดูดอันดับหนึ่งของเกาะราชาน้อยคือกระเบนราหู (manta ray) ที่มักปรากฏตัวบริเวณปลายแหลมใต้ของเกาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน กระเบนราหูที่พบที่ราชาน้อยมีความกว้างปีก 3-4 เมตร ว่ายวนเหนือจุดทำความสะอาด (cleaning station) ให้นักดำน้ำได้ชมอย่างใกล้ชิดในระยะไม่กี่เมตร พฤติกรรมของกระเบนราหูที่นี่ค่อนข้างสงบ มักจะวนหลายรอบเหนือแนวปะการัง ทำให้มีเวลาถ่ายภาพและชื่นชมได้อย่างเต็มที่ ในช่วงพีคของฤดูกาล โอกาสเจอกระเบนราหูอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3-4 ไดฟ์ ไม่ได้การันตีว่าจะเจอทุกครั้ง แต่เมื่อเจอแล้วถือเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงอย่างแน่นอน
จุดดำน้ำที่ดีที่สุดของราชาน้อย
เกาะราชาน้อยมีจุดดำน้ำหลัก 4 จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน:
South Tip (ปลายแหลมใต้) — จุดดำน้ำเด่นของเกาะ ความลึก 5-40 เมตรขึ้นไป เป็นจุดที่มีโอกาสเจอกระเบนราหูสูงที่สุด พื้นที่เปิดโล่งมีกระแสน้ำแรง เหมาะกับนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ ใต้น้ำเป็นโขดหินขนาดใหญ่กับแนวปะการังที่มีสัตว์ทะเลหนาแน่น
Banana Bay (อ่าวกล้วย) — อ่าวกำบังลมทางตะวันออก ความลึก 5-25 เมตร พื้นทรายสลับแนวปะการัง น้ำสงบกว่าจุดอื่น เหมาะทั้งนักดำน้ำมือใหม่และการดำน้ำตื้น มีโอกาสเจอเต่าทะเลและฉลามหูดำได้บ่อย
Camera Bay — ตั้งชื่อตามความเหมาะสมกับการถ่ายภาพใต้น้ำ ความลึก 10-22 เมตร พื้นที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่สร้างซอกหลืบมากมาย เป็นแหล่งอาศัยของกบ (frogfish) หลากสี นูดิบรานช์ และสัตว์ขนาดเล็กหายากที่นักถ่ายภาพมาโครชื่นชอบ
Staghorn Reef — แนวปะการังเขากวางผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ความลึก 8-18 เมตร เหมาะกับทุกระดับ มีเต่าทะเลอาศัยประจำ ปลาสวยงามหลากชนิด และปะการังแข็งที่สมบูรณ์สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในเขตภูเก็ต
สัตว์ทะเลนอกจากกระเบนราหู
แม้กระเบนราหูจะเป็นไฮไลต์ที่ใครก็อยากเจอ แต่ราชาน้อยยังเป็นบ้านของสัตว์ทะเลอีกหลากหลายชนิดที่ทำให้ทุกไดฟ์น่าตื่นเต้น ได้แก่ กระเบนหินอ่อน (marble ray) ที่พบได้ตามพื้นทรายขณะพักนิ่งหรือฝังตัวครึ่งลำ ฉลามหูดำ (blacktip reef shark) ว่ายลาดตระเวนตามแนวปะการังตื้นโดยเฉพาะช่วงเช้า เต่ากระ (hawksbill turtle) ที่กินฟองน้ำตามโขดหินอย่างไม่สนใจนักดำน้ำ ปลาหมึกยักษ์ (octopus) ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนตามซอกหินจนต้องสังเกตดี ๆ กบหลากสีที่เกาะนิ่งบนปะการังจนดูเหมือนส่วนหนึ่งของแนวปะการัง ฝูงสาก (barracuda) และปลาม้า (trevally) ว่ายเป็นฝูงใหญ่ในน้ำเปิดยามมีกระแสน้ำ รวมถึงปลาไหลมอเรย์ (moray eel) หลายชนิดที่อ้าปากโผล่จากซอกหลืบอย่างน่าเกรงขาม ความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์เช่นนี้ทำให้ทุกไดฟ์ที่ราชาน้อยไม่เคยซ้ำกัน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปราชาน้อย
ฤดูดำน้ำของราชาน้อยคือเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม โดยช่วงที่สภาพอากาศและใต้น้ำดีที่สุดคือธันวาคมถึงมีนาคม ทัศนวิสัยใต้น้ำสูงสุดในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ มักอยู่ที่ 25-30 เมตร มองเห็นทะลุจนรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางอากาศ อุณหภูมิน้ำ 27-30 องศาเซลเซียสตลอดฤดูกาล สวมชุดดำน้ำบาง ๆ หรือไม่สวมเลยก็สบาย ฤดูกระเบนราหูเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมถึงเมษายน โดยเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมเป็นช่วงที่มีรายงานพบเจอมากที่สุด หากเป้าหมายหลักคือกระเบนราหู ควรวางแผนมาในช่วงนี้ ช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ (มิถุนายน-ตุลาคม) เรือมักไม่ออกไปราชาน้อยเพราะคลื่นลมแรงและทัศนวิสัยใต้น้ำลดลงมาก
การเดินทางไปราชาน้อยจากภูเก็ต
เรือดำน้ำออกจากอ่าวฉลอง (Chalong Bay) ทางตอนใต้ของภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางด้วยสปีดโบ๊ตประมาณ 35-45 นาที ทริปเดย์ไดฟ์ราชาน้อยราคาประมาณ 4,000-6,000 บาท (ราว $115-170) โดยทั่วไปรวม 3 ไดฟ์ อาหารกลางวัน อุปกรณ์ดำน้ำครบชุด และรถรับส่งจากโรงแรมในภูเก็ต ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติเพิ่มเติมที่ท่าเรือ ทริปส่วนใหญ่จะรวมการดำน้ำที่ราชาน้อยกับราชาใหญ่ในวันเดียวกัน แต่ถ้าต้องการดำน้ำเฉพาะที่ราชาน้อยทั้ง 3 ไดฟ์ ควรเลือกออปเปอเรเตอร์ที่ระบุชัดเจนว่าเน้นดำน้ำที่ราชาน้อยเป็นหลัก เพราะบางบริษัทดำน้ำแค่ไดฟ์เดียวที่ราชาน้อยแล้วกลับไปดำที่ราชาใหญ่
เคล็ดลับเพื่อดำน้ำให้คุ้มค่าที่สุด
ขอให้ออปเปอเรเตอร์พาไปดำที่ South Tip เป็นไดฟ์แรกหรือไดฟ์หลักเสมอ เพราะเป็นจุดที่มีโอกาสเจอกระเบนราหูสูงที่สุดและสภาพใต้น้ำตื่นเต้นที่สุด การใช้ไนตรอกซ์ (nitrox) จะช่วยยืดเวลาดำน้ำที่ความลึกได้นานขึ้น โดยเฉพาะที่ South Tip ซึ่งจุดน่าสนใจอยู่ที่ความลึกมากกว่า 25 เมตร พกรีฟฮุค (reef hook) ไปด้วยหากมี จะช่วยให้ยึดตัวนิ่งขณะรอกระเบนราหูโดยไม่เปลืองอากาศและไม่ต้องตีฟินสู้กระแสน้ำ สำหรับนักถ่ายภาพใต้น้ำ ควรจัดสรรอย่างน้อยหนึ่งไดฟ์ให้กับ Camera Bay เพราะสัตว์เล็กหายากอย่างกบและนูดิบรานช์ที่นี่ถ่ายภาพมาโครได้สวยงามมาก และอย่าลืมพกไฟฉายส่องตามซอกหิน จะช่วยให้เจอสัตว์ซ่อนตัวได้มากขึ้น
ราชาน้อย — สวรรค์ใต้น้ำนอกชายฝั่งภูเก็ต
ราชาน้อยเป็นจุดดำน้ำที่พิสูจน์ว่าภูเก็ตมีอะไรมากกว่าหาดท่องเที่ยวและไนท์ไลฟ์ เกาะเล็ก ๆ ที่ไม่มีคนอยู่แห่งนี้มอบน้ำทะเลใสระดับ 30 เมตร ปะการังสมบูรณ์ที่ยังไม่ถูกรบกวน และโอกาสเจอกระเบนราหูที่หาไม่ได้จากจุดดำน้ำอื่นในเขตภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำมือใหม่ที่อยากเห็นเต่าทะเลที่ Staghorn Reef หรือนักดำน้ำรุ่นเก๋าที่ต้องการลุ้นกระเบนราหูที่ South Tip ราชาน้อยมีอะไรให้ทุกคน ค้นหาทริปดำน้ำราชาน้อยและจุดดำน้ำรอบภูเก็ตได้ที่ siamdive.com
























