ดำน้ำพัทยาเดย์ทริปจากกรุงเทพ: เรือจมและแนวปะการังในระยะ 2 ชั่วโมง
8 เมษายน 2569
แนวปะการังรอบเกาะล้าน เรือรบจม 2 ลำที่เข้าไปสำรวจได้ และระยะแค่ 2 ชั่วโมงจากสุขุมวิท นี่คือวิธีจัดเดย์ทริปดำน้ำพัทยาแบบใช้งานได้จริง
ทำไมพัทยาถึงเหมาะกับเดย์ทริปจากกรุงเทพ
พัทยาอยู่ห่างจากกรุงเทพไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 150 กิโลเมตร แปลว่าขับมอเตอร์เวย์ราว 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถบัส 2.5–3 ชั่วโมง ระยะทางแค่นี้แหละคือเหตุผลที่พัทยาติดโผ — ออกจากสุขุมวิท 6:30 น. ดำน้ำสองไดฟ์เสร็จก่อนบ่ายสอง กลับมาทันกินข้าวเย็นที่บ้าน ไม่ต้องบิน ไม่ต้องค้าง ไม่ต้องลากกระเป๋า
คุณจะไม่ได้ทัศนวิสัย 30 เมตรแบบฝั่งอันดามันที่นี่หรอก สิ่งที่ได้คือแผนเดย์ทริปที่ใช้งานได้จริง — แนวปะการังจริง ๆ ที่ระดับ 5–15 เมตร เรือรบสองลำที่เข้าไปสำรวจในตัวเรือได้ และวงการดำน้ำที่เปิดทั้งปีมาหลายสิบปีแล้ว สำหรับนักดำน้ำชาวกรุงเทพที่อยากดำน้ำสม่ำเสมอโดยไม่เผาวันหยุดยาว นี่คือคำตอบที่ชัดเจน
เกาะล้านและจุดดำน้ำรอบ ๆ
เดย์ทริปพัทยาส่วนใหญ่หมุนรอบหมู่เกาะฝั่งตะวันตกของเมือง — เกาะล้าน เกาะสาก เกาะครก และเกาะไผ่ เรือออกจากท่าเทียบเรือบาลีฮายใช้เวลา 30–60 นาที แล้วแต่จุดที่เลือก ความลึกของแนวปะการังอยู่ระหว่าง 5–18 เมตร ลาดเอียงนุ่ม ๆ มีพื้นทรายและกองหินคั่นเป็นช่วง ๆ
เกาะสากกับเกาะครกอยู่ใกล้สุดและคนเยอะสุด — เหมาะกับไดฟ์อุ่นเครื่องและกรุ๊ป Discover Scuba อ่าวด้านใต้ของเกาะล้านอย่างหาดเทียนกับหาดนวลเงียบกว่า ปะการังแข็งสมบูรณ์กว่า ส่วนเกาะไผ่อยู่ออกไปอีก 12 กิโลเมตร มักให้ทัศนวิสัยดีกว่าจุดอื่นในวันเดียวกัน หลายร้านจึงจัดเป็นไดฟ์ที่สองของทริปสองถัง
เรือรบจม: ร.ล.คราม และ ร.ล.กูด
ร.ล.คราม (HTMS Khram) คือพระเอกของพัทยา เธอเป็น LSM-469 ของกองทัพเรือสหรัฐที่โอนเข้ากองทัพเรือไทยในปี 2505 ความยาว 56 เมตร แล้วถูกจมโดยตั้งใจในเดือนมกราคม 2546 ห่างจากเกาะไผ่ไปทางตะวันออก 300 เมตร เพื่อเป็นแนวปะการังเทียมแห่งแรกของไทย ดาดฟ้าอยู่ที่ 24 เมตร ก้นเรือลึก 28–30 เมตร มีช่องเจาะให้นักดำน้ำที่ผ่านการฝึกเข้าไปสำรวจในตัวเรือได้ หลังจมมาเกินยี่สิบปี เธอมีปะการังอ่อนเกาะหนาแน่นและมีปลาประจำถิ่นเยอะ
ร.ล.กูด (HTMS Kut) คือเรือพี่น้องที่ดำง่ายกว่า — LSM ขนาด 56 เมตรอีกลำ ถูกจมในปี 2549 ใกล้เกาะสาก ดาดฟ้าบนอยู่ราว 18 เมตร ก้นเรือ 25–30 เมตร เพราะเป็นเรือจมที่ใกล้หาดพัทยาที่สุด คนจึงเยอะกว่าและมักถูกจัดคู่กับไดฟ์แนวปะการังเกาะสากในทริปครึ่งวัน
เรือทั้งสองลำตั้งตรงอยู่บนพื้นทราย การ swim-through สำหรับนักดำน้ำระดับ Advanced Open Water ที่มีไกด์นำทำได้ แต่ถ้าจะลึกเกินช่องแรก ทางฝั่งมาตรฐานแนะนำให้มีบัตร Wreck Specialty
สิ่งที่จะได้เห็นจริง ๆ ใต้น้ำ
พัทยาไม่ใช่จุดที่มาดูสัตว์ใหญ่ จุดแข็งของที่นี่คือสัตว์เล็กและฝูงปลาแนวปะการัง บนไดฟ์ปกติรอบเกาะล้านคุณจะเจอ:
- มาโคร — นูดิแบรนช์ ปูพอร์เซเลน กุ้งหลายชนิด ปลาสกอร์เปียน และปลาสโตนฟิชแอบอยู่ในซอกหิน
- ปลาแนวปะการัง — ปลาเทวดา สลิดหิน ผีเสื้อ ปลากะพงเหลือง และฝูงปลาฟิวซิเลียร์ผ่านเหนือปะการัง
- ปลาประจำเรือจม — บาราคูดาวนเหนือดาดฟ้า ปลาค้างคาวลอยในเงา และปลาสิงโตในป้อมปืน
- ถ้าโชคดี — เต่าทะเลสีเขียวกับเต่ากระ ปลากระเบนน้ำเงินจุดบนทราย และในวันที่ดีมาก ๆ มีฉลามครีบดำผ่านมา
ที่นี่เป็นจุดสำหรับนักดำน้ำที่ชอบมองใกล้ ๆ พกไฟฉายและเลนส์มาโครมาด้วย คุณจะสนุกกว่าคนที่กวาดสายตามองหาสัตว์ใหญ่ในทะเลสีน้ำเงิน
ฤดูที่ดีที่สุดและทัศนวิสัยที่จะเจอ
พัทยาดำน้ำได้ทั้งปี แต่สภาพเปลี่ยนเยอะ พฤศจิกายนถึงเมษายนเป็นฤดูแล้ง — ผิวน้ำเรียบกว่า ฝนน้อย ทัศนวิสัยมักอยู่ที่ 8–15 เมตร พฤษภาคมถึงตุลาคมเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนใหญ่ทัศนวิสัยอยู่ที่ 5–10 เมตร และอาจมีการยกเลิกทริปเป็นช่วง ๆ เมื่อลมแรง อุณหภูมิน้ำอยู่ที่ 27–30°C ตลอดปี ใส่ wetsuit 3 มิลหรือชอตี้ก็พอ
ถ้ามาทริปเดียว เลือกช่วงอากาศดีระหว่างธันวาคมถึงมีนาคม แต่ถ้าดำน้ำประจำ เดือนมรสุมก็ใช้ได้สำหรับเรือจม เพราะอยู่ลึกกว่าและไม่ขุ่นเหมือนแนวปะการังตื้น
การเดินทางจากกรุงเทพ — รถบัส รถตู้ แท็กซี่ หรือขับเอง
มีสี่ทางเลือก เรียงจากถูกที่สุดไปเร็วที่สุด:
- รถบัส — 120–250 บาท จากเอกมัย (ขนส่งสายตะวันออก) หรือหมอชิต รถออกทุก 30–60 นาที ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง ลงที่ขนส่งพัทยาเหนือ ต่อสองแถว 100 บาทเข้าหาดบีชโรด
- รถตู้ — 150–270 บาทจากเอกมัย เร็วกว่าบัสประมาณ 2.5 ชั่วโมง ลงใกล้กลางเมืองกว่า
- ขับเอง — 1 ชั่วโมง 55 นาทีผ่านมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ค่าทางด่วนประมาณ 105 บาท ค่าน้ำมันไป-กลับรถเล็กราว 600–950 บาท เป็นทางที่เร็วที่สุดที่ไม่ใช่แท็กซี่
- แท็กซี่หรือ Grab — 1,500–2,300 บาทเที่ยวเดียว สะดวกถ้ามีอุปกรณ์ดำน้ำเยอะ แต่ไม่สะดวกกับกระเป๋าตังค์
ถ้าอยากดำน้ำตอน 9 โมง คุณต้องถึงร้านดำน้ำตอน 7:30 น. แปลว่าต้องออกจากกรุงเทพก่อน 5:30 น. นักดำน้ำประจำส่วนใหญ่แก้ปัญหานี้ด้วยการขับเองหรือไปนอนพัทยาคืนก่อน
ราคาเดย์ทริปและร้านที่ควรจอง
ราคามาตรฐานสำหรับเดย์ทริปสองไดฟ์สำหรับนักดำน้ำมีบัตรอยู่ที่ 2,700–3,300 บาทในศูนย์ดำน้ำที่มีชื่อ มักรวมเรือ ถังอากาศ ตะกั่ว อาหารกลางวัน และประกัน เช่าอุปกรณ์ครบชุดเพิ่มอีก 300–500 บาทถ้าไม่มีของตัวเอง โปรแกรม Discover Scuba (ไม่ต้องมีบัตร) อยู่ที่ 3,500–4,000 บาท
ศูนย์ดำน้ำ PADI 5-star บนถนนบีชโรดและสายเหนือมีเรือของตัวเองและเปิดมาหลายสิบปี — Pattaya Dive Centre, Mermaids Dive Centre, Seafari และ Adventure Divers เป็นชื่อที่เห็นบนบัตรเซอร์ส่วนใหญ่ ถ้าจะไปเรือจม ถามให้ชัดว่าทริปนั้นมี ร.ล.คราม หรือไม่ เพราะไม่ใช่ทุกเรือจะวิ่งไปเกาะไผ่
สรุปท้ายเรื่อง
พัทยาไม่ใช่ทริปดำน้ำที่เอาไว้อวดเพื่อน แต่คือทริปที่คนอยู่กรุงเทพเลือกเมื่ออยากใช้บัตรดำน้ำให้คุ้มมากกว่าปีละสองครั้ง ขับสองชั่วโมง ดำน้ำสองไดฟ์ แล้วกลับบ้าน — ดีลแบบนี้ฝั่งอันดามันสู้ไม่ได้
พร้อมวางแผนวันดำน้ำหรือยัง? ดูทริปและร้านดำน้ำได้ที่ siamdive.com เพื่อหาผู้ให้บริการในพัทยาที่เข้ากับระดับและตารางของคุณ




























