แผน 30 วัน เตรียมตัวก่อนคอร์ส Open Water ให้ไม่ขายหน้าวันแรก
16 เมษายน 2569
จองคอร์ส Open Water แล้วใช่ไหม? นี่คือแผน 30 วันที่นักดำน้ำทุกคนอยากรู้ก่อนเรียน: ฟิตเนส หูเคลียร์ eLearning ของที่ต้องแพ็ค และสิ่งที่ห้ามทำ
จ่ายเงินไปแล้ว ต่อไปต้องทำอะไร?
ยินดีด้วย คุณจองคอร์ส Open Water Diver แล้ว เรือก็จอง ครูก็รอ อีก 30 วันคุณจะได้หายใจใต้น้ำครั้งแรกในชีวิต แต่ความผิดพลาดใหญ่ที่สุดของมือใหม่คือ มาถึงแบบไม่เตรียมตัว หมดแรงตอนว่ายน้ำทดสอบ 200 เมตร แล้ววันแรกก็หมดไปกับความเครียดแทนความสนุก แผน 30 วันนี้จะแก้ปัญหานั้น
ทำตามนี้แล้วคุณจะมาถึงแบบฟิต ใจเย็น เคลียร์หูได้ และพร้อมจริง ครูจะรักคุณ อากาศจะประหยัดกว่า และคุณจะสนุกกับทุกช่วงเวลาใต้น้ำ ไม่ใช่แค่รอดมาได้
สัปดาห์ที่ 4 (T-30 วัน): เอกสารและการวางแผน
- ดาวน์โหลดแบบฟอร์มแพทย์ PADI/SSI แล้วตอบตามจริง หอบหืด ความดันสูง เพิ่งผ่าหู ตั้งครรภ์ เบาหวาน และยาบางชนิดต้องมีใบรับรองแพทย์ก่อนเรียน ห้ามโกหกในฟอร์มนี้เด็ดขาด
- จองที่พักใกล้ร้านดำน้ำ บรีฟ 7 โมงเช้าเป็นเรื่องปกติ เดิน 10 นาทีดีกว่านั่งแท็กซี่ตอนง่วง
- เช็คให้ชัดว่าค่าคอร์สรวมอะไรบ้าง บัตรใบประกาศ eLearning อุปกรณ์เช่า ค่าอุทยาน ในไทย ค่าเข้าอุทยาน (สิมิลัน สุรินทร์ พีพี) มักจ่ายเพิ่ม
สัปดาห์ที่ 3 (T-21 วัน): คาร์ดิโอและหู
การทดสอบว่ายน้ำใน Open Water ต่อรองไม่ได้: ว่าย 200 เมตรต่อเนื่อง (ท่าไหนก็ได้) หรือ 300 เมตรกับหน้ากาก-สน็อคเกิล-ฟิน บวกลอยตัว 10 นาที ถ้าวันนี้ทำไม่ได้ เริ่มเลย
- ว่ายน้ำอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ค่อยๆ เพิ่มจนครอลหรือกบได้ 200 เมตรไม่หยุด ถ้าหยุดที่ 100 เมตร ว่ายช้าลง
- ฝึก Valsalva บนบก บีบจมูก ปิดปาก เป่าลมเบาๆ จนหูป๊อก ทำวันละ 10 ครั้งตอนเดินทาง ถ้าบนบกเคลียร์ไม่ได้ ที่ 5 เมตรใต้น้ำก็ไม่ได้
- ลองกลืนน้ำลายและอ้าปาก นักดำน้ำบางคนเคลียร์ง่ายกว่าแบบนี้
สัปดาห์ที่ 2 (T-14 วัน): eLearning และประกัน
- เริ่มเรียน eLearning PADI Open Water ใช้เวลา 8-12 ชั่วโมงเรียนวิดีโอและทำแบบทดสอบ เรียนคืนละ 1-2 โมดูล มาถึงพร้อมทฤษฎีเรียบร้อย = ใช้เวลาในน้ำเต็มที่ ไม่ต้องนั่งห้องเรียน
- ซื้อประกันเดินทางที่คุ้มครองดำน้ำ ประกันปกติส่วนใหญ่ไม่คุ้ม DAN (Divers Alert Network) กับ World Nomads แอด-ออนดำน้ำเป็นตัวเลือกหลัก
- เริ่มดื่มน้ำเยอะๆ ขาดน้ำคือสาเหตุอันดับต้นๆ ของ decompression sickness เป้า 2-3 ลิตรต่อวันตั้งแต่ตอนนี้
สัปดาห์ที่ 1 (T-7 วัน): แพ็คและขัดเกลา
เรียน eLearning ให้จบทุกโมดูล ทำ knowledge review สุดท้าย แล้วแพ็คกระเป๋า
เช็คลิสต์สิ่งที่ต้องเตรียม
- Logbook (ซื้อเอง หรือร้านดำน้ำจะขายให้)
- ชุดว่ายน้ำ 2 ชุด (เปียก-แห้งสลับกัน)
- Rash guard หรือเสื้อแขนยางบางๆ กันแดดและแมงกะพรุน
- กันแดด reef-safe (ไม่มี oxybenzone — บังคับในอุทยานทะเลไทย)
- ยาเมาคลื่น (ไม่ง่วง ทาน 1 ชั่วโมงก่อนขึ้นเรือ)
- Dry bag กันน้ำสำหรับขึ้นเรือ
- ขวดน้ำส่วนตัว
- รองเท้าแตะและรองเท้าหุ้มส้นอย่างละคู่
- สำเนาพาสปอร์ตและฟอร์มแพทย์ (ถ้าจำเป็น)
- เงินสดไทยบาทสำหรับค่าอุทยานและบัตรประกาศ (ปกติ 1,000-2,000 บาท)
- หน้ากากส่วนตัวถ้ามี (พอดีหน้าสำคัญกว่าคุณภาพของที่เช่า)
คืนก่อนและวันเรียน
- ห้ามดื่มแอลกอฮอล์คืนก่อน แอลกอฮอล์ทำร่างกายขาดน้ำและเพิ่มความเสี่ยง decompression sickness ไม่ใช่เรื่องยืดหยุ่นได้
- ทานเย็นเบาๆ เน้นคาร์บ เช้าทานปกติ ไขมันต่ำ ไม่ใช่ไข่ดาวทอดเบค่อน
- นอน 8 ชั่วโมง เหนื่อย = เครียด = ใช้อากาศเปลืองขึ้น = ดำสั้นลง
- ไปถึงก่อน 15 นาที ครูกำลังเซ็ตอัพอุปกรณ์ให้นักเรียน 6 คน เป็นคนที่ง่ายที่สุด
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
- ห้ามทานยาแก้หวัดคัดจมูก (pseudoephedrine) แล้วไปดำน้ำ ฤทธิ์ยาหมดใต้น้ำทำให้เกิด reverse block และแก้วหูแตกได้ ถ้าไซนัสตัน เลื่อนคอร์สไปก่อน
- ห้ามข้ามมื้อเช้า น้ำตาลในเลือดต่ำ + ตื่นเต้น + ดูดซึมไนโตรเจน = สูตรคลื่นไส้และตัดสินใจพลาด
- ห้ามขึ้นเครื่องภายใน 18 ชั่วโมงหลังดำน้ำครั้งสุดท้าย (24 ชั่วโมงสำหรับหลายไดฟ์) วางแผนตั๋วกลับให้ดี
- ห้ามดื่มคืนก่อนวันสอบ พูดไปแล้ว พูดอีกรอบ
เช็คความพร้อมการว่ายน้ำ
ถามจริง — ว่ายครอลหรือกบ 200 เมตรไม่หยุดได้ไหมตอนนี้? ไม่จำกัดเวลาก็ได้ ถ้าไม่แน่ใจ พรุ่งนี้ไปสระว่ายน้ำแล้วลอง ถ้าคำตอบคือไม่ได้ คุณมี 3 สัปดาห์แก้ไข ค่าเข้าสระในไทย 100-300 บาท เป็นประกันที่ถูกที่สุดป้องกันการสอบไม่ผ่าน
พร้อมลงน้ำแล้วหรือยัง?
ทำตามแผนนี้แล้วคอร์ส Open Water จะกลายเป็นวันหยุด ไม่ใช่การทดสอบความเครียด ถ้ายังไม่ได้จอง — หรืออยากได้คำแนะนำเลือกระหว่างเกาะเต่า ภูเก็ต หรือหมู่เกาะสิมิลัน เข้าดูคอร์ส liveaboard และร้านดำน้ำที่ siamdive.com แล้วทักร้านได้เลย เจอกันใต้น้ำ
























