ปวดหู 48 ชม.หลังไดฟ์ อาการที่ไม่มีใครทันตั้งตัว
20 เมษายน 2569
Barotrauma หูชั้นกลางมักแสดงอาการหลังดำน้ำ 2 วัน วิธีสังเกต เมื่อไหร่ต้องหยุดดำ และหาหมอที่ไหนในไทย
ไดฟ์จบไปสองวันแล้ว นั่งกินผัดไทยอยู่ดีๆ หูขวาก็อู้ขึ้นมา ตอนอยู่บนเรือไม่เจ็บ ตอนลงไม่ปวด แค่รู้สึกหนักๆ เปียกๆ ในหูที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน แล้วไม่ยอมหาย ดำน้ำรอบนั้นรู้สึกปกติดี equalize ผ่านหมด แต่ Barotrauma ของหูชั้นกลางไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนใต้น้ำเสมอไป บางทีมันรอ
เมื่อแรงดันชนะ
ทุกครั้งที่ลงน้ำ แก้วหูต้องรับแรงดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แค่ลึก 1.4 เมตร — ไม่ถึงความยาวลำตัว — หูชั้นกลางก็ต้อง equalize แล้ว ท่อยูสเตเชียน (Eustachian tube) ซึ่งเป็นช่องแคบๆ เชื่อมหูชั้นกลางกับคอหอย ควรจะเปิดทุกครั้งที่กลืนน้ำลายหรือทำ Valsalva แต่ถ้าเปิดไม่ทันหรือเปิดช้าเกินไป แรงดันจะดันแก้วหูเข้าด้านใน เส้นเลือดในเยื่อแก้วหูบวม น้ำซึมเข้าช่องหูชั้นกลาง กรณีรุนแรงแก้วหูฉีก
นี่คือ Barotrauma ของหูชั้นกลาง — อาการบาดเจ็บที่พบบ่อยที่สุดในการดำน้ำ ข้อมูลจากฐานข้อมูลอุบัติเหตุประจำปีของ DAN ระบุว่า 38% ของอาการบาดเจ็บจากการดำน้ำทั้งหมดเป็นเรื่องของหูและไซนัส มากกว่าโรคจากการลดความดัน (DCS) ถึง 2.3 เท่า งานวิจัยพบว่านักดำน้ำ 23.9-80.7% เคยเจอ Barotrauma อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต
นักดำน้ำส่วนใหญ่คิดว่าหูบีบคือเรื่องของตอนลง — เจ็บแปลบชัดเจนจนต้องหยุด equalize ทันที แบบนั้นสังเกตง่าย แบบที่หลอกคนได้คือแบบเงียบ: equalize ผ่านแบบครึ่งๆ กลางๆ ลงถึงก้นได้โดยไม่เจ็บมาก แต่แก้วหูรับแรงกระแทกพอที่จะเริ่มต้นกระบวนการอักเสบที่จะถึงจุดสูงสุดตอนขึ้นมาบนบกแล้ว
5 ระดับความเสียหาย: Teed Scale
ปี 1944 แพทย์กองทัพเรือสหรัฐฯ ตรวจหูทหารฝึกหนีเรือดำน้ำด้วยกล้องส่องหูหลังเข้า Hyperbaric chamber แล้วสร้างระบบให้คะแนนที่คลินิกดำน้ำทั่วโลกยังใช้อยู่ทุกวันนี้ ระดับที่คุณอยู่บน Teed scale กำหนดว่าจะพักไดฟ์วันเดียวหรือทั้งทริป
- Grade 0 — หูอื้อหรือแน่น แต่แก้วหูดูปกติ มีอาการแต่ไม่มีร่องรอยให้เห็น
- Grade 1 — แดงตามด้ามกระดูก malleus แก้วหูถูกดันเข้าด้านใน
- Grade 2 — แดงทั่วทั้งแก้วหู เริ่มเห็นเลือดออกเล็กน้อย
- Grade 3 — เลือดออกในเนื้อแก้วหู น้ำหรือเลือดเริ่มขังหลังเยื่อ
- Grade 4 — หูชั้นกลางเต็มไปด้วยเลือด เห็นระดับน้ำ-อากาศชัดเจน แก้วหูใกล้แตก
- Grade 5 — แก้วหูทะลุ
Grade 0-2 มักหายภายใน 1-2 สัปดาห์ด้วยยาลดบวมและพักผ่อน Grade 3 ขึ้นไปต้องพักดำน้ำ 3-6 สัปดาห์ บางรายนานกว่านั้นถ้ายังมีน้ำขังหลังแก้วหู
กับดัก 48 ชั่วโมง
จุดที่คนไม่ทันตั้งตัว ลงไดฟ์ equalize รู้สึกบีบนิดหน่อยตอนลง ฝืนผ่านไป ขึ้นมาก็ไม่เจ็บ Log ปกติ คืนนั้นอาจแน่นหูข้างนิดหน่อย เช้าวันรุ่งขึ้นได้ยินลดลงครึ่งหนึ่ง วันที่สองหูเจ็บจริงจัง
กลไกคือน้ำใสขัง (serous effusion) — น้ำสะสมหลังแก้วหูหลังจากหูโดนกระแทก ความเสียหายเล็กน้อยจากการ equalize แบบฝืนๆ กระตุ้นการอักเสบที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นตลอดหลายชั่วโมง เส้นเลือดฝอยรั่ว ช่องหูชั้นกลางที่ปกติมีแต่อากาศค่อยๆ เต็มไปด้วยน้ำ งานวิจัยใน NIH StatPearls บันทึกว่า 82% ของหูที่ได้รับผลกระทบแสดงหลักฐาน Barotrauma ภายในวันที่ 3 และทุกหูแสดงอาการภายในวันที่ 11
ความล่าช้านี้อันตรายมากสำหรับคนที่ดำน้ำหลายวัน วันแรกรู้สึกดีก็จองวันที่สอง แล้วก็วันที่สาม ทุกครั้งที่ลงน้ำด้วยท่อยูสเตเชียนที่ยังอักเสบ แรงดันก็ซ้ำเติมเนื้อเยื่อที่บวมอยู่แล้ว จาก Grade 1 ไต่ขึ้นเป็น Grade 3 หรือ 4 ก่อนที่จะนึกเชื่อมโยงอาการกับ "บีบนิดเดียว" ตอนเช้าวันแรก
หูชั้นกลาง vs หูชั้นใน: เส้นที่ห้ามข้าม
Barotrauma หูชั้นกลางคือเรื่องของแก้วหูกับช่องอากาศหลังมัน เจ็บ ลำบาก แต่เกือบทุกกรณีหายได้ Barotrauma หูชั้นในคนละเรื่อง — แรงดันทะลุผ่าน oval window หรือ round window เข้าไปถึง cochlea และอวัยวะทรงตัว ผลคือสูญเสียการได้ยินถาวร หูอื้อเรื้อรัง เวียนศีรษะตลอด
ความเสี่ยงข้ามเส้นนี้มีจริง การทำ Valsalva แรงๆ ตอนท่อยูสเตเชียนอุดตันสร้างแรงดันน้ำไขสันหลังสูงจนอาจทำให้เยื่อ round window ฉีก ข้อ Step 2 ในแนวปฏิบัติด้านล่าง — ห้ามฝืน equalize ตอนหูอักเสบ — มีเหตุผลอยู่ตรงนี้ แค่เป่าจมูกแรงผิดจังหวะครั้งเดียว เปลี่ยนจากพัก 1 สัปดาห์เป็นบาดเจ็บถาวรได้
สัญญาณเตือนของหูชั้นในที่ต้องจับตา: เวียนศีรษะแบบหมุนที่ไม่หยุดภายในไม่กี่วินาที สูญเสียการได้ยินกะทันหันแบบ "หูอื้อดังๆ" คลื่นไส้ที่ไม่เกี่ยวกับเมาเรือ ถ้ามีอาการเหล่านี้หลังไดฟ์ ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่ใช่หลังไดฟ์รอบหน้า ตอนนี้เลย
แนวปฏิบัติ: เมื่ออาการมาทีหลัง
หูอู้ แน่น มีเสียงดังในหู หรือได้ยินลดลง ที่เริ่มขึ้น 12-72 ชั่วโมงหลังไดฟ์ ต้องทำตามลำดับนี้ ห้ามข้าม
- ขั้นที่ 1 — หยุดดำทันที ไม่ใช่ "อีกไดฟ์เดียว" ไม่ใช่ "แค่รีฟตื้นๆ" ท่อยูสเตเชียนมีปัญหาแล้ว แรงดันอีกรอบอาจเปลี่ยนจากน้ำขังเป็นแก้วหูทะลุ
- ขั้นที่ 2 — ห้ามฝืน equalize Valsalva แรงๆ ตอนท่อยูสเตเชียนบวมเสี่ยงให้ round window หรือ oval window ฉีก เปลี่ยนจากปัญหาหูชั้นกลางเป็นเรื่องของหูชั้นใน
- ขั้นที่ 3 — เริ่มยาหดหลอดเลือดจมูก สเปรย์ Oxymetazoline (ซื้อได้ตาม Watsons หรือ Boots ราคา 100-200 บาท) วันละ 3 ครั้ง ไม่เกิน 3 วัน เพื่อกัน rebound
- ขั้นที่ 4 — ยาลดการอักเสบ Ibuprofen 400 mg ทุก 8 ชม. ลดการอักเสบในหูชั้นกลาง หลีกเลี่ยงแอสไพริน — ทำให้เลือดใสขึ้นอาจทำให้เลือดออกหลังแก้วหูแย่ลง
- ขั้นที่ 5 — พบแพทย์ภายใน 48 ชม.หลังอาการเริ่ม ส่องหูด้วย otoscope ใช้เวลาแค่ 2 นาทีก็รู้แล้วว่าเป็น Grade 1 หรือ Grade 4 Tympanometry วัดแรงดันในหูชั้นกลางและการทำงานของท่อยูสเตเชียนได้แม่นยำ
เมื่อไหร่ต้องหยุดดำ
ไม่ใช่ทุกอาการหูแปลกๆ หลังไดฟ์จะแปลว่าทริปจบ แต่บางอาการต้องหยุดจนกว่าแพทย์จะอนุญาต
- หยุดทันที — ไม่มีข้อยกเว้น
- เวียนศีรษะหมุนหลังขึ้นน้ำ (อาจเป็นหูชั้นใน) สูญเสียการได้ยินข้างเดียวกะทันหัน มีเลือดหรือน้ำไหลจากช่องหู equalize ไม่ได้เลยในไดฟ์ที่ผ่านมาแม้พยายามหลายวิธี
- พักวันนี้ ดูอาการพรุ่งนี้เช้า
- แน่นหูข้างเดียวเล็กน้อยที่เริ่มหลังไดฟ์ มีเสียงคลิกหรือป๊อปตอนกลืน ได้ยินลดลงนิดหน่อยแล้วกลับมาภายในไม่กี่ชม.
- ดำต่อได้ แต่ระวัง
- equalize ราบรื่นทั้งสองหูตลอดไดฟ์ ไม่มีอาการหลังขึ้นน้ำเลย ไม่มีหวัดหรือภูมิแพ้ แม้อย่างนั้น ระยะพัก surface interval ที่เหมาะสมยังจำเป็นเหมือนเดิม
แนวทางของ DAN ชัดเจน: ห้ามดำน้ำหลัง Barotrauma หูชั้นกลางจนกว่าอาการบวมและอักเสบจะหายหมด และ equalize ได้ทั้งสองข้าง ยืนยันโดยการตรวจด้วย otoscope
หาหมอที่ไหนในไทย
Barotrauma หูในทริปดำน้ำเมืองไทยไม่ได้แปลว่าต้องบินกลับบ้าน สถานพยาบาลหลายแห่งรับมือกับอาการบาดเจ็บจากการดำน้ำเป็นประจำ
- โรงพยาบาลกรุงเทพ ภูเก็ต — ศูนย์เวชศาสตร์ดำน้ำ — แพทย์ดำน้ำ 24 ชม. ห้อง Hyperbaric เต็มรูปแบบ แพทย์ หู คอ จมูก ประจำ อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต จากกะตะ กะรน หรือป่าตอง ไม่เกิน 30 นาที
- โรงพยาบาลกรุงเทพ สิริโรจน์ (ภูเก็ต) — มีห้อง Hyperbaric แยกต่างหาก รับเคสล้นจากแคมปัสหลัก
- โรงพยาบาลสมิติเวช (กรุงเทพฯ) — มีแพ็คเกจตรวจสุขภาพสำหรับนักดำน้ำรวม tympanometry เหมาะสำหรับตรวจก่อนทริปหรือหลังบาดเจ็บสำหรับคนที่ผ่านกรุงเทพฯ
- เกาะสมุย — เครือ Thai International Hospital — คลินิกบนสมุยและเกาะพงันรับเคสดำน้ำ เคสซับซ้อนส่งต่อไป รพ.หลักบนสมุยภายใน 1 ชม.
- เกาะเต่า — คลินิกท้องถิ่น — คลินิกหลายแห่งส่องหูด้วย otoscope และถ่ายรูปแก้วหูส่งให้ผู้เชี่ยวชาญดูทางไกลได้ เหมาะสำหรับคัดกรอง เคสหนักควรส่งต่อสมุยหรือภูเก็ต
สมาชิก DAN (เริ่มราว 35 ยูโร/ปีสำหรับ Asia-Pacific) รวมสายด่วนฉุกเฉิน 24 ชม. ที่มีแพทย์ดำน้ำรับสาย โทรหา DAN ก่อนเข้า รพ. ทำให้แพทย์ปลายสายบรีฟหมอท้องถิ่นเรื่อง protocol เฉพาะหูจากการดำน้ำได้ทันที
ป้องกันฟรีๆ ไม่ต้องจ่ายสักบาท
equalize บ่อยและเร็ว เริ่ม Valsalva หรือ Frenzel เบาๆ ตั้งแต่ผิวน้ำก่อนลง ทำซ้ำทุกครึ่งเมตรใน 5 เมตรแรก ช่วงนี้แรงดันเปลี่ยนเร็วที่สุดและเป็นจุดที่ Barotrauma เกิดบ่อยสุด ถ้าหูข้างใดตาม ไม่ทัน หยุด ขึ้นมาเมตรนึง แล้วลองใหม่ นักดำมือใหม่ยิ่งต้องอดทน อย่าฝืนตามกลุ่ม
ยกเลิกไดฟ์ดีกว่าฝืน ค่าไดฟ์ที่พลาดไปไม่กี่ร้อยบาท ค่า Barotrauma Grade 4 คือทริปเสีย ค่าหมอ และพักฟื้นหลายสัปดาห์ ร่างกายต้องการเวลาฟื้นตัวตามจังหวะของมัน ไม่สนตารางจอง
ห้ามดำตอนคัดจมูก ภูมิแพ้ หวัด หรือไข้หวัดใหญ่เพิ่มความเสี่ยง Barotrauma ถึง 5 เท่า Pseudoephedrine ก่อนดำเป็นทางออกที่หลายคนใช้ แต่ยาหมดฤทธิ์ได้ตอนอยู่ใต้น้ำ ถ้าจมูกกลับมาบวมตอนขึ้น reverse squeeze จะเป็นปัญหาใหม่ ทางที่ปลอดภัย: งดไดฟ์
ปัจจัยที่มักมองข้าม 2 อย่าง ยาแก้เมาเรือที่มี antihistamine ทำให้เยื่อเมือกแห้งและท่อยูสเตเชียนแข็ง ขาดน้ำจากแดดเมืองร้อนทำให้เมือกข้น ดื่มน้ำให้พอ อ่านฉลากยาเมาเรือ และดูแลหูให้ดีเหมือนอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่สุดที่เอาลงน้ำ
หูจำได้
หูชั้นกลางที่เคยเป็น Barotrauma แล้วมีโอกาสเป็นซ้ำสูงกว่า แผลเป็นบนแก้วหูเปลี่ยนความยืดหยุ่นของมัน การอักเสบซ้ำๆ ทำให้ช่องเปิดท่อยูสเตเชียนแคบลง นักดำน้ำที่เคยเป็น Grade 2 ขึ้นไปควรตรวจ หู คอ จมูก ก่อนทริปดำน้ำครั้งต่อไป ไม่ใช่ตรวจหลังจากเป็นซ้ำ
48 ชั่วโมงไม่ใช่ช่วงปลอดภัย มันคืออาการบาดเจ็บที่ไล่ตามมาทัน รักษาเร็ว หยุดเร็ว และพบหมอก่อนที่หูจะตัดสินใจแทนคุณ




























